ทีนี้ก็คงเกิดคำถามแล้วใช่ม๊า ว่าดูอย่างไร
- วิธีดูง่ายๆก็คือ กระต่ายจะซึมค่ะ ไม่เดินมาหาเหมือนทุกที นอนอยู่มุมกรง ไม่กินอาหาร
- อึของกระต่าย ตรวจดูว่า อึเหลวหรือไม่ หรือว่า ไม่มีอึเลยหรือเปล่าหากไม่มีอึเลยในกรง หรืออึน้อยผิดปกติ มีโอกาสสูงนะคะ ที่กระต่ายอาจจะเกิดการอุดตันในทางเดินอาหาร ซึ่งอึของกระต่ายบอกอะไรได้หลายๆอย่างเลยทีเดียว หากอึของกระต่ายมีขนาดเล็กลง หรือว่า มีสิ่งแปลกปลอมผสมอยู่ เช่น มีขนติดกับก้อนอึมากๆ เราควรจะต้องระวังให้ดีเลยค่ะ อาจจะพาไปให้หมอ เอ็กซเรย์ดูก็ได้ค่ะ ว่ามีการอุดตันหรือไม่
- ตัวร้อนค่ะเราจะวัดอุณหูมิร่างกายของกระต่ายตรงหูนะคะ หากว่า หูของกระต่ายร้อนผิดกว่าทุกที แปลว่า ไม่สบายค่ะ (ลองเทีบกับหูกระต่ายตัวอื่นๆที่เลี้ยงก็ได้ค่ะ) ส่วนหากหูเย็นผิดปกติ แปลว่า อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงมากๆ ซึ่งอาจจะเป็นสัญญาณบอกถึงอาการเจ็บป่วยได้นะคะ
- หายใจลำบาก หายใจมีเสียงดังฟึ่ดๆ ผิดปกติ แปลว่า อาจจะเกิดอาการติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจค่ะ หรือไม่อาจจะเกิดจากการแพ้อะไรบางอย่าง เช่น ขี้เลื่อยปูพื้นกรงที่ใช้อยู่
- น้ำตาไหลอาจจะเกิดจากตาอักเสบ หรือมีการติดเชื้อที่ตาเป็นต้น
- คอเอียง เป็นไปได้ค่ะ ว่าอาจจะตกจากที่สูง หรือไม่ก็เกิดการอักเสบในช่องหู หรือไม่ก็ติดเชื้อจากอาการหวัด แล้วลามเข้าสู่หูชั้นใน อันนี้อันตรายมากนะคะ
- ขาแป หรือแบะออก บางครั้งอาการนี้ไม่ได้เป็นมาตั้งแต่เกิดนะคะ แต่เกิดจากการเลี้ยงกระต่ายบนพื้นผิวที่ลื่นมากตลอดเวลา หากกระต่ายเริ่มมีอาการแบบนี้ ควรจะเปลี่ยนให้ไปอยู่ตรงพื้นที่ไม่ใช่ผิวเรียบค่ะ
- มีน้ำไหลออกมาเลอะตรงคาง หรือว่า ทำท่าอยากอาหารแต่กินอาหารไม่ได้อันนี้สำคัญค่ะ เป็นไปได้ว่า กระต่ายมีปัญหาที่ฟัน เช่น ฟันยาว ฟันเอียง ทำให้ควบคุมน้ำลายไม่ได้ และกินอาหารไม่ได้ หรือบางรายอาจจะติดเชิ้อลงไปที่กรามอีกด้วย หากกระต่ายฟันผิดปกติควรจะพาไปหาหมอนะคะ เพราะว่า ไม่อย่างนั้นกระต่ายจะกินไม่ได้และตายในที่สุด อันที่จริงเราควรจะหมั่นตรวจฟันอยู่เรื่อยๆนะคะ เพราะว่า หากเราพบว่ากระต่ายฟันยาว หรือเอียงผิดปกติแต่เนิ่นๆ แล้วกระต่ายได้รับการตัดฟัน และดูแลอย่างดี ฟันก็อาจจะเข้าสู่รูปเดิมได้ แต่หากไม่ได้รับการรักษาเร็วพอ ฟันของกระต่ายจะยิ่งเกยกัน และเบี้ยวเสียรูปมากยิ่งขึ้น ทำให้ยิ่งรักษาได้ยากค่ะ นอกจากนี้อาการน้ำลายไหลออกมา อาจจะบ่งบอกถึงการกินพืช หรือสารเคมีที่มีพิษเข้าไปอีกด้วยค่ะ
- ฉี่เป็นเลือด กระต่ายที่ฉี่เป็นเลือดนั้น มีน้อยมากๆ ส่วนใหญ่พอเอาเข้าจริงๆ กลายเป็นสีในพืชที่กระต่ายกินเข้าไปค่ะ ไม่ได้เกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยเลย แม้แต่นิดเดียวปกติแล้วฉี่ของกระต่ายจะมีสีเหลืองอ่อนๆ การที่ฉี่เป็นสีแดงนั้น จะเกิดจากฉี่มีสีค่อยๆเข้มขึ้นค่ะ จาก สีเหลืองอ่อน ไปเป็นเหลืองเข้ม แล้วเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นสีส้ม สีแดง ส่วนใหญ่เกิดจาก การกินผักที่มีเบต้าแคโรทีนมากๆ อย่างเช่น พวกแครอท เป็นต้น ในกรณีที่กินยาปฏิชิวนะก็มีผลค่ะ หรือบางครั้ง การกินน้ำน้อยก็มีส่วน เพราะว่าฉี่เข้มข้นขึ้น ทำให้มีสีเข้มขึ้นตามปกติแล้ว ภายในไม่เกิน 3 วัน กระต่ายจะฉี่เป็นสีเดิมค่ะ
- หวัดกระต่ายจะมีอาการน้ำมูกไหล และ จาม แต่บางทีคนมักจะสับสนกับอาการที่อาจจะเกิดจากฝุ่น หรือ น้ำเข้าจมูก ดังนั้นเมื่อกระต่ายมีอาการจามเหมือนคน หรือมีน้ำมูกไหล วิธีตรวจง่ายๆ ว่าเป็นหวัดหรือไม่ โดย ให้ลองตรวจที่เท้าหน้าของกระต่าย ถ้าหากพบว่า ขนติดกัน หรือ บริเวณนั้นเปียก แล้วล่ะก็ เดาได้เลยค่ะ ว่าเป็นหวัด เพราะว่ากระต่ายจะใช้เท้าหน้าในการถูจมูกน้ำมูกค่ะ ตอนแรกน้ำมูกจะใสก่อน ต่อมาจะขุ่น และหากไม่ได้รับการรักษา อาการจะลุกลามไปกลายเป็น ปอดอักเสบ และเสียชีวิตในที่สุด
- เชื้อรา จะเริ่มจากการติดเชื้อรานี้ ที่ส่วนหัว และ แพร่กระจายไปยังขา และเท้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริเวณนิ้วเท้า หลังจากนั้น กระต่ายจะเริ่มมีแผลเกิดขึ้นตรงจุดที่ติดเชื้อรา และ โดยการติดเชื้อราจะมีขอบเขต เป็นวง และผิวหนังจะมีการระคายเคือง อาจจะมีอาการคัน และ เกิดสะเก็ดเป็นแผ่นแข็ง และขนร่วง เนื้อเยื่อทีอยู่ใต้สะเก็ดมักจะ มีอาการอักเสบ และ มีการแตกปริของผิวหนัง ค่ะ
- Ear Mite หรือ เรียกว่า ปรสิตที่อยู่ตรงรูหูค่ะลองกลับไปส่องดูในรูหูกระต่ายดูนะคะ ว่ามีก้อนคล้ายๆกับขี้ผึ้งสีน้ำตาลเข้มๆ เกาะอยู่ที่ในใบหูของกระต่ายหรือเปล่า
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น